วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556






ค่าบริการอินเตอร์เน็ต 3BB











เงื่อนไขโปรโมชั่นและการบริการ

  • ผู้ใช้บริการชำระค่าบริการ 1 เดือนในวันสมัคร
  • กรณีรับสิทธิ์ยืม ADSL Router 1 Portหรือ VDSL Routerชำระค่าประกันอุปกรณ์ 100 บาท
  • กรณีซื้อADSL Router 1 Port WIFI ราคา 650 บาท หรือ ADSL Router 4 Port WIFI ราคา 999 บาท (ราคารวม VAT แล้ว)บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการให้บริการและกรณีที่ความเร็วเชื่อมต่อต่ำกว่าความเร็วที่ระบุไว้ในแพ็กเก็จที่เลือกใช้บริการอันเนื่องมาจากปัจจัยหรือข้อจำกัดทางเทคนิคและโครงข่ายรวมถึงจำนวนผู้ใช้บริการในขณะนั้น


อ้างอิง

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต




ผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (ISP)


ISP คืออะไร
        ISP หรือ Internet Service Provider เป็นหน่วยงานที่ให้บริการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ ทำหน้าที่เสมือนเป็นประตูเปิดการเชื่อมต่อให้บุคคลหรือองค์กรสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ สำหรับในประเทศไทยมีหน่วยงานที่ให้บริการด้านนี้อยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ ( Commercial ISP) และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับสถาบันการศึกษา การวิจัยและหน่วยงานของรัฐ (non-commercial ISP ) ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมากกว่า 20 ราย ดังตัวอย่างในตารางต่อไปนี้
ประเภท
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
ชื่อเครือข่าย
เชิงพาณิชย์ (Commercial)ชมะนันท์เวิล์ดเน็ตCMN
เคเอสซี คอมเมอร์เชียล อินเทอร์เน็ตKSC
ริช คอมมูนิเคชั่นส์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย)Reach (TH)
จัสมินอินเทอร์เน็ตJI-Net
ซีเอส ล็อกซอินโฟCS Loxinfo
ดาต้าลายไทยDataline
ฟาร์อิสท์ อินเทอร์เน็ตFar East
รอยเน็ท อินเทอร์เน็ตRoy-Net
แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต (เวิลด์เน็ท)Pacific Internet
อินเทอร์เน็ต เซอร์วิส โพรวายเดอร์ISSP
สามารถอินโฟเน็ตSamart
อินเทอร์เน็ตประเทศไทยInternet Thailand
อี่-ซี่ เน็ตE-Z Net
เอเชีย อินโฟเน็ท (ทรู อินเทอร์เน็ต)Asia InfoNet
เอ-เน็ตA-Net
ไอเดียเน็ตIdeaNet
ไออีซี อินเทอร์เน็ตAsia Access
บริษัท กสท โทรคมนาคมCAT
สถาบันการศึกษา การวิจัยและหน่วยงานของรัฐ (non-commercial)เครือข่ายไทยสารThaiSarn
เครือข่ายคนไทยKhonthai
เครือข่ายพับเน็ตPubNet
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารICT
เครือข่ายยูนิเน็ตUniNet
สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐGITS
 





การเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP)


อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของคนโดยทั่วไปแล้ว อ่านเนื้อหาต่อไปนี้เพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่คุณควรพิจารณาเกี่ยวกับวิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับในการป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณให้ปลอดภัยเมื่อใช้งานออนไลน์

ขั้นตอนที่1:การเลือกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต


สิ่งที่คุณจะต้องตัดสินใจเป็นอันดับแรก คือ คุณจะเชื่อมต่อโดยใช้การเรียกเลขหมาย หรือบรอดแบนด์ (DSLหรือเคเบิลโมเด็ม) ตัวเลือกแต่ละตัวเลือกมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน คุณควรหาเวลาในการอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลือกแต่ละตัวเลือก แล้วตัดสินใจว่าคุณสมบัติใดที่เหมาะกับการใช้งานของคุณการเชื่อมต่อแบบเรียกผ่านสายโทรศัพท์ การทำงานของการเชื่อมต่อแบบเรียกผ่านสายโทรศัพท์เหมือนกับชื่อที่ใช้เรียก นั่นคือเป็นการ "เรียกเลขหมาย" ไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของคุณ ตัวเลือกนี้เป็นตัวเลือกที่ เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และความเร็วในการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็ต่ำสุดด้วย นอกจากนี้ การทำงานยังขึ้นอยู่กับสายโทรศัพท์ คุณสามารถตั้งค่าให้ยกเลิกการเชื่อมต่อเมื่อมีสายเข้า อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าดังกล่าวอาจทำให้เกิดปัญหา ถ้าคุณไม่ต้องการให้มีการยกเลิกการเชื่อมต่อโดยไม่คาดคิดถ้าปกติคุณใช้งานอินเทอร์เน็ตวันละหนึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น ไม่ได้ดาวน์โหลดไฟล์มากนัก และสายโทรศัพท์ที่ติดอยู่กับ การใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณ การเชื่อมต่อแบบเรียกผ่านสายโทรศัพท์อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม คุณอาจขอเพิ่มสายโทรศัพท์ "เฉพาะ" สำหรับการเชื่อมต่อแบบเรียกผ่านสายโทรศัพท์จากบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถทำงานแบบออนไลน์ และใช้โทรศัพท์ในเวลาเดียวกันได้อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการดาวน์โหลดไฟล์ ใช้งานอินเทอร์เน็ตวันละหลายชั่วโมง หรือต้องการการทำงานที่รวดเร็วขึ้น คุณควรใช้สาย DSL หรือเคเบิลโมเด็มการเชื่อมต่อแบบ DSL และเคเบิลโมเด็ม โดยปกติ การเชื่อมต่อแบบ DSLและเคเบิลโมเด็มมักมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าสายโทรศัพท์ แต่มีการทำงานที่เร็วกว่ามาก นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้โทรศัพท์ขณะออนไลน์ได้ (สาย DSL สามารถให้บริการทั้งสองอย่างได้พร้อมกัน ในขณะที่เคเบิลโมเด็มจะใช้สายร่วมกับสายเคเบิลของโทรทัศน์)ทั้ง DSL และบริการเคเบิลจะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น คุณไม่ต้องเสียเวลารอในขณะที่โมเด็มเรียกเลขหมายไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของคุณ คุณเพียงแต่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มซอฟต์แวร์อีเมลหรือเว็บของคุณแล้วข้อเสียคืออะไร ข้อเสียที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัย เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์มีเวลามากขึ้นในการ "ค้นหา" เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และพยายามเข้าโจมตีในที่สุด (บริการเรียกเลขหมายผ่านสายโทรศัพท์ก็เสี่ยงในการถูกโจมตีด้วยเช่นกัน)ไม่ว่าคุณจะใช้การเชื่อมต่อแบบใด คุณควรใช้ไฟร์วอลล์ ปรับปรุงซอฟต์แวร์ทั้งหมดของคุณอย่างสม่ำเสมอ และรักษาสถานะการเป็นสมาชิกของซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสปัจจุบันเอาไว้ การใช้เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเมื่อทำงานแบบออนไลน์ได้

 ขั้นตอนที่ 2: การเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

เมื่อคุณทราบแล้วว่าคุณจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างไร ก็ถึงเวลาที่คุณจะเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต คือ ผู้ให้บริการการเชื่อมต่อไปยังอินเทอร์เน็ต ถ้าคุณตัดสินใจที่จะใช้การเรียกผ่านสายโทรศัพท์ คุณจะต้องเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP)แยกจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ในปัจจุบันมีทั้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ระดับประเทศ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ในท้องถิ่น ในเมืองใหญ่ๆ ด้วยเช่นกัน คุณควรหาเวลาในการเปรียบเทียบข้อมูลของผู้ให้บริการแต่ละราย สอบถามจากเพื่อนบ้านและเพื่อนของคุณเพื่อขอคำแนะนำ แล้วดูตัวเลือกต่างๆ ถ้าคุณเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายแรกที่คุณพบ คุณอาจพลาดข้อเสนอที่เหมาะกับการใช้งานของคุณมากกว่าเคล็ดลับ: บริการ DSL และเคเบิลโมเด็มจะให้แอคเคาท์สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet access: ISP)มาด้วยเสมอ ในการประเมินบริษัทต่างๆ คุณควรพิจารณาทั้งผู้ให้บริการแบบบรอดแบนต์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ผู้ให้บริการบางรายอาจให้คุณใช้ ISP อื่นด้วยเช่นกันถ้าคุณไม่คุ้นเคยกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต และรู้สึกไม่สะดวกที่จะตัดสินใจ คุณสามารถสอบถามจากเพื่อนที่มีความรู้ทางด้านเทคนิคเพื่อช่วยคุณในการตัดสินใจ ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเมื่อคุณตัดสินใจมีดังต่อไปนี้
  • การบริการลูกค้า พิจารณาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการบริการลูกค้า
  • อัตราค่าบริการ ในปัจจุบันมีการให้ข้อเสนอที่น่าสนใจอย่างมากมาย คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนตัดสินใจเลือก
  • ความมั่นคงเช่นเดียวกับธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงประเภทอื่นๆ บางบริษัทเปิดดำเนินการเพียงเพื่อแสวงหาผลกำไร จากนั้นก็ปิดกิจการลง คุณควรหาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(
  • ISP)ที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วหลายปี
  • ข้อเสนอพิเศษในสภาวะของตลาดที่มีการแข่งขันสูง บางบริษัทมีการให้ข้อเสนอพิเศษ เช่น การให้พื้นที่เว็บไซต์ฟรี เพื่อดึงความสนใจจากคุณ ข้อเสนอพิเศษเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่คุณจะต้องระมัดระวัง และตัดสินใจเลือกใช้บริการจากบริษัทที่ให้บริการในระยะยาว
ขั้นตอนที่3:การติดตั้งโมเด็ม
เคล็ดลับ



ไม่ว่าคุณจะใช้การเชื่อมต่อแบบเรียกเลขหมาย DSL หรือเคเบิล คุณจะต้องใช้โมเด็มในการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณกับอินเทอร์เน็ต ถ้าคุณซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา คุณน่าจะมีโมเด็มติดตั้งไว้แล้ว ในปัจจุบัน บริษัทโดยส่วนใหญ่มักจะติดตั้งโมเด็มภายในที่สนับสนุนการเชื่อมต่อ แบบเรียกผ่านสายโทรศัพท์มาให้ด้วย ถ้าคุณไม่มีโมเด็ม หรือคุณต้องการปรับรุ่นโมเด็ม คุณสามารถซื้อ (หรือเช่าสำหรับบางกรณี) โมเด็มใหม่ได้ คุณจะต้องระมัดระวังในการเลือกโมเด็มให้ตรงกับประเภทของการเชื่อมต่อของคุณโมเด็มที่ใช้เชื่อมต่อกับสายโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นแบบติดตั้งภายในหรือภายนอก จะใช้สำหรับการเชื่อมต่อแบบเรียกผ่านสายโทรศัพท์ ถ้าคุณต้องการใช้บริการ DSL หรือเคเบิลโมเด็ม คุณจะต้องหาโมเด็มชนิดพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับบริการที่คุณเลือก (คุณไม่สามารถใช้โมเด็มแบบติดตั้งภายในหรือภายนอกสำหรับบริการเหล่านี้) ผู้ให้บริการโดยส่วนใหญ่จะมีโมเด็มที่คุณจำเป็นต้องใช้ คุณจะต้องสอบถามให้แน่ใจเมื่อคุณต้องการใช้บริการนี้
ก่อนซื้อโมเด็ม ให้ขอรายชื่ออุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้จากผู้ให้บริการของคุณ เมื่อคุณตัดสินใจใช้ DSL หรือเคเบิลโมเด็ม ค่าอุปกรณ์ดังกล่าวอาจรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแล้วคุณได้รับอุปกรณ์มาแล้ว คุณจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของคุณควรให้คำแนะนำในการติดตั้งโมเด็ม และเชื่อมต่อไปยังอินเทอร์เน็ต อย่าเกรงกลัวที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือ ถ้าคุณไม่ทราบว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร บางบริษัทจะส่งช่างเทคนิคเพื่อดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์เมื่อคุณต้องการ คุณต้องสอบถามว่ามีการคิดค่าบริการสำหรับบริการนอกสถานที่หรือไม่  

บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น โพรวายเดอร์ จำกัด

 

http://www.isp-thailand.com/action.php?do=index


ทีโอที ฮอทสปอต

 

http://www.tothotspot.com



ทรู อีซี่อินเทอร์เน็ต




http://www.trueeasyinternet.com/


อ้างอิง
http://www.ipesp.ac.th/learning/071001/chapter6/UN6_2.html

http://www.learners.in.th/blogs/posts/20086?locale=en


วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

History of the Internet




History of the Internet














ประเภทของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต



1. การเชื่อมต่อแบบ Dial Up
เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล กับสายโทรศัพท์บ้านที่เป็นสายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ในปัจจุบันมีโมเด็มให้เลือกใช้อยู่ 3 ชนิด คือ โมเด็มแบบอินเทอร์นอลโมเด็มแบบเอ็กซ์เทอร์นอล และโมเด็มแบบไร้สายดังรูปที่ 4.12

ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตต้องทำการติดต่อกับผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะกำหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) มาให้เพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ต
ข้อดี ของการเชื่อมต่อแบบ Dial Up คือ
1.       อุปกรณ์มีราคาถูก
2.       การติดตั้งง่าย
3.       การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทำได้ง่าย
ข้อเสีย คืออัตราการรับส่งข้อมูลค่อนข้างต่ำเพียงไม่เกิน 56 kbit (กิโลบิต) ต่อวินาที




2. การเชื่อมต่อแบบ ISDN (Internet Services Digital Network)
                   ISDN Line เป็นเส้นทางการสื่อสารที่ใช้สายโทรศัพท์ธรรมดาแต่ทำให้สามารถส่งทั้ง เสียงพูด และข้อมูลได้พร้อมกันทำให้สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้พร้อมกับการคุยโทรศัพท์โดยข้อมูลหรือเสียงที่รับ - ส่งนั้นอยู่ในรูปของสัญญาณดิจิตอลซึ่งมีข้อดีมากว่าสัญญาณอนาล็อก นอกจากนี้การใช้บริการ ISDN Line ยังสามารถมัลติเพล็ก (Multiplex) สัญญาณได้มากกว่า 3 สัญญาณส่งไปในคราวเดียวกัน ทำมีความเร็วในการส่งข้อมูลมากกว่าสายโทรศัพท์ธรรมดาโดยความเร็วในการรับ  ส่งข้อมูลสูงสุดคือ 128 Kbps
                ผู้ใช้ที่ต้องการใช้ช่องทางการสื่อสารเป็น ISDN line จำเป็นต้องเลือกใช้โมเด็มชนิดพิเศษที่สามารถสื่อสานผ่าน ISDN Line ได้เรียกว่า “ISDN modem” ซึ่งจะทำให้การใช้งานอินเตอร์เน็ต เช่น การดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูล การชมเว็บไซต์หรือการประชุมด้วยเทคโนโลยี Videoconference สามารถทำได้อย่างรวดเร็วถูกต้องและชัดเจนนั่นเอง
ดังนั้นในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ
1.       ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN
2.       การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ
3.       ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่
ข้อดี คือไม่มีสัญญาณรบกวน มีความเร็วสูง และยังคงสามารถใช้โทรศัพท์เพื่อพูดคุยไปได้พร้อม ๆ กับการเล่นอินเตอร์เน็ต
ข้อเสีย คือมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าระบบ Dial-Up




3. การเชื่อมต่อแบบ DSL (Digital Subscriber Line)
                     เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่านสายโทร ศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกัน DSL เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเส้นทางการสื่อสารที่เป็นสัญญาณดิจิตอลโดยเหมาะสำหรับสำนักงานขนาดเล็กหรือผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป โดย DSL มีลักษณะการทำงานเหมือนกับ ISDN Line เพียงแต่มีความเร็วในการรับ  ส่งข้อมูลสูงกว่า ISDN Line เท่านั้น
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตแบบ DSL ก็คือ
1.       ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรือไม่
2.       บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSL
3.       การเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชื่อมต่อ
4.       ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
ข้อดี คือมีความเร็วสูงกว่าแบบ Dial-Up และ ISDN
ข้อเสีย คือไม่สามารถระบุความเร็วที่แน่นอนได้
ADSL (Asymmetric DSL) เป็นเส้นทางการสื่อสาร DSL ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากอัตราการรับ  ส่งข้อมูลที่แตกต่างกัน โดยสามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงถึง 640 Kbps แต่สามารถรับข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงถึง 9Mbps ทำให้ตอบสนองต่อการใช้งานอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดีเนื่องจากความต้องการในการดาวน์โหลดข้อมูลของผู้ใช้งานมีมากกว่าการอัพโหดข้อมูล

4. การเชื่อมต่อแบบ Cable
เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
1.       ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ
2.       ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
ข้อดี คือถ้ามีสายเคเบิลทีวีอยู่แล้ว สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยเพิ่มอุปกรณ์ Cable Modem ก็สามารถเชื่อมต่อได้
ข้อเสีย คือถ้ามีผู้ใช้เคเบิลในบริเวณใกล้เคียงมาก อาจทำให้การรับส่งข้อมูลช้าลง

5. การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites)
เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Direct Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
1.       จานดาวเทียมขนาด 18-21 นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม
2.       ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต
ข้อเสีย ของการเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites) ได้แก่
1.       ต้องส่งผ่านสายโทรศัพท์เหมือนแบบอื่น ๆ
2.       ความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่ำมากเมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ
                        3.       ค่าใช้จ่ายสูง



ข้อมูลอ้างอิง