สแกนเนอร์ คือ
- ใน
- บัน
- แฟ็กเอก
- เพิ่ม
โดย พื้น ฐาน การ ทำ งาน ของสแกนเนอร์ , ชนิด ของสแกนเนอร์ และ ความ สามารถ ใน การ ทำ งาน ของสแกนเนอร์แบ่ง ออก ได้ ดัง ต่อ ไปนี้
ชนิด ของเครื่องสแกนเนอร์ สแกนเนอร์สามารถ จัด แบ่ง ตาม ลักษณะ ทั่วๆ ไป ได้ 2 ชนิด คือ
Flatbed scanners, ซึ่ง ใช้สแกน ภาพ ถ่าย หรือ ภาพ พิมพ์ ต่าง ๆ สแกนเนอร์ ชนิด นี้ มี พื้น ผิว แก้ว บน โลหะ ที่ เป็น ตัวสแกน เช่น ScanMaker III Transparency and slide scanners, ซึ่ง ถูก ใช้สแกน โลหะ โปร่ง เช่น ฟิล์ม และ สไลด์
Flatbed scanners, ซึ่ง
การ ทำ งาน ของสแกนเนอร์ การ จับ ภาพ ของสแกนเนอร์ ทำ โดย ฉาย แสง บน เอก สาร ที่ จะสแกน แสง จะ ผ่าน กลับ ไป มา และ ภาพ จะ ถูก จับ โดย เซลล์ ที่ ไว ต่อ แสง เรียก ว่า charge-couple device หรือ CCD ซึ่ง โดย ปกติ พื้น ที่ มืด บน กระดาษ จะ สะท้อน แสง ได้ น้อย และ พื้น ที่ ที่ สว่าง บน กระดาษ จะ สะท้อน แสง ได้ มาก กว่า CCD จะ สืบ หา ปริมาณ แสง ที่ สะท้อน กลับ
จาก แต่ ละ พื้น ที่ ของ ภาพ นั้น และ เปลี่ยน คลื่น ของ แสง ที่ สะท้อน กลับ มา เป็น ข้อ มูลดิจิตอล หลัง จาก นั้น ซอฟต์แวร์ที่ ใช้ สำหรับ กา รส แกน ภาพ ก็ จะ แปลง เอา สัญญาณ เหล่า นั้น กลับ มา เป็นภ า พ บน คอมพิวเตอร์ อีก ที หนึ่ง
จาก
สิ่ง ที่ จำ เป็น สำหรับ กา รส แกน ภาพ มี ดัง นี้
- สแกนเนอร์
- สาย SCSI สำหรับ ต่อ จากสแกนเนอร์ไป ยังเครื่องคอมพิวเตอร์
- ซอฟต์แวร์สำหรับ กา รส แกน ภาพ ซึ่ง ทำ หน้า ที่ ควบ คุม การ ทำ งาน ของสแกนเนอร์ให้ สแกน ภาพ ตาม ที่ กำหนด
- สแกน เอก สาร เก็บ ไว้ เป็น ไฟล์ ที่ นำ กลับ มา แก้ ไข ได้ อาจ ต้อง มี ซอฟต์แวร์ที่ สนับสนุน ด้าน OCR
- จอ ภาพ ที่ เหมาะ สม สำหรับ การ แสดง ภาพ ที่สแกน มา จากสแกนเนอร์
- เครื่องมือ สำหรับ แสดง พิมพ์ ภาพ ที่สแกน เช่น เครื่องพิมพ์ แบบ เลเซอร์ หรือ สไลด์ โปรเจคเตอร์
- สแกนเนอร์
- สาย SCSI สำหรับ
- ซอฟต์แวร์สำหรับ
- สแกน
- จอ
- เครื่องมือ
ประโยชน์ของเครื่องใช้สำนักงาน
เครื่องใช้สำนักงานให้ประโยชน์แก่หน่วยงานสำนักงานเป็นอย่างมาก พอจะสรุปได้ดังนี้
1. ช่วยให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย งานที่ผลิตได้นั้น จะแลดูเป็นระเบียบ อ่านง่ายชัดเจน มีประสิทธิภาพ
2. ช่วยลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย งานเอกสารที่ทำได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดต้นทุนในการผลิตลง
3. ช่วยให้เกิดความสวยงาม งานที่ผลิตด้วยเครื่องใช้สำนักงาน ย่อมแลดุดีกว่างานที่ผลิตด้วยมือ มีความสม่ำเสมอและจัดได้อย่างมีระเบียบ
4. ช่วยลดความเบื่อหน่ายและความเมื่อยล้า งานบางอย่างนั้น ต้องทำซ้ำซากจำเจทำให้เกิดการเบื่อหน่าย และความเมื่อยล้าได้ หากได้นำเอาเครื่องใช้สำนักงานมาช่วยแบ่งเบาภาระได้จะทำให้ลดความเมื่อยล้าได้
5. ช่วยในการควบคุมและตรวจทาน งานบางอย่างอาจลดการตรวจทานลงไปได้ เช่น การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการคำนวณ การพิมพ์เช็คให้ลูกค้า จะเสียเวลาในการตรวจทานครั้งแรกเพียงครั้งเดียว
ที่มา
Webcam
หรือ Video Conference ก็แล้วแค่ความเข้าใจแต่ละคน เว็บแคมเป็นอุปกรณ์อินพุตที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหว
ของเราไปปรากฏในหน้าจอมอนิเตอร์ และสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวนี้ผ่านระบบเครือข่ายเพื่อให้คนอีกฟากหนึ่ง
สามารถเห็นตัวเราเคลื่อนไหว ได้เหมือนอยู่ต่อหน้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อีกตัวหนึ่ง และเริ่มมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ประเภทของเว็บแคม
อุปกรณ์อย่างกล้องเว็บแคมไม่ใช่ว่าจะเหมือนกันหมดทุกตัว แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อจะมีลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป
ตามแต่ผู้ผลิตจะคิดค้นและออกแบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างไร ซึ่งสามารถแบบประเภทของเว็บแคมได้ดังนี้
แบ่งตามรูปทรงของกล้อง
โดยปกติกล้องเว็บแคมส่วนใหญ่จะเป็นทรงกลม เนื่องจากเป็นรูปทรงต้นแบบที่ทำกันมานาน
และก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่านี้คืออุปกรณ์ เว็บแคม แต่ไม่จำเป็นที่กล้องเว็บแคมต้องเป็นทรงกลมเสมอไป
เพราะบางครั้ง กล้องเว็บแคม ก็จำเป็นต้องมีรูปทรงอื่นๆ เพื่อให้เข้ากับการใช้งานในบางลักษณะ
ดังนั้น การเลือกรูปทรงให้เหมาะสมนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของเรามากกว่า
แบ่งตามประเภทของขาตั้งกล้อง
โดยส่วนใหญ่ลักษณะของฐานตั้งกล้องจะเป็นแบบตั้งพื้นเสียส่วนใหญ่ โดยแบบแรก คือ
แบบมีขาสำหรับวางบนพื้น อาจจะมีขา 3 ขา หรือ 4 ขา ก็แล้วแต่การออกแบบ แต่ฐานแบบ 3 ขา
จะมีปัญหาตรงที่ วางแล้วยังไม่มั่นคงดีนัก และไม่สามารถหมุนตัวกล้องได้สะดวกนัด
ดังนั้น ถ้าต้องการเว็บแคมที่มีฐานมั่นคงและสามารถหมุนได้ง่ายๆ ก็ต้องเลือกแบบฐานทรงกลมขนาดใหญ่
ซึ่งแบบนี้จะมีข้อดีตรงที่ วางได้มั่นคงและยังสามารถหมุนแกน ของตัวกล้องได้ไม่จำเป็นต้องยกตัวกล้องหมุนไปมาให้เสียเวลา
แบ่งตามชนิดของเซ็นเซอร์
สำหรับเซ็นเซอร์ที่กล้องเว็บแคมใช้นั้นจะมีหลักๆอยู่ 2 ชนิด คือ CCD และ CMOS แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ CMOS
เนื่องจากเหตุผลหลายๆประการและตัวเซ็นเซอร์ แบบ CMOS เองก็สามารถแบบออกได้ถึง 2 ชนิด
ด้วยกันคือ CLF Color CMOS Censor ที่มีความละเอียดของพิกเซลแค่ 110,000 พิกเซล ( 367 x 291 ) เท่านั้น
ในขณะที่ VGA Color CMOS Censor ให้ความละเอียดที่สูงกว่าที่ 350,000พิกเซล ( 655 x 493 )
ดังนั้น เวลาเลือกซื้อกล้องเว็บแคมก็ดูได้ทั้งความละเอียดที่ระบุไว้ หรือชนิดของ CMOS ก็ได้ครับ
สำหรับเซ็นเซอร์แบบ CCD จะเป็นเซ็นเซอร์ที่นิยมใช้ในกล้องดิจิตอล เพราะให้ความละเอียดที่สูงกว่า
และก็มี noise ไม่มากเหมือนกับเซ็นเซอร์แบบ CMOS
แบ่งตามรูปแบบการเชื่อมต่อ
สำหรับการเชื่อมต่อของกล้องเว็บแคมในปัจจุบันส่วนใหญ่ จะเป็นอินเทอร์เฟซแบบ USB แทบทั้งสิ้นโดย USB
ที่ใช้ก็จะเป็นเวอร์ชัน 1.1 เสียส่วนมาก แต่ก็จะมีเวอร์ชัน 2.0 ในบางรุ่น
กล้องเว็บแคมแบบไร้สายจะใช้การเชื่อมต่อในแบบ WiFi หรือ Wireless lan นั่นเองทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไป
ได้ทุกที่โดยไม่ต้องคำนึงถึงสายให้วุ่นวาย
แต่เว็บแคมที่เป็น Wireless ตอนนี้ค่อนข้างหายากพอสมควร และก็ยังมีราคาแพงอยู่
รู้จักกับเว็บแคมชั้นนำ
ต่อไปเราจะพูดถึงยี่ห้อกล้องเว็บแคมที่มีชื่อเสียงและใช้กันทั่วไป โดยที่เด่นที่สุด ในตอนนี้ก็คือกล้องเว็บแคมของ Logitech
ซึ่งผลิตกล้องเว็บแคมออกมา ในท้องตลาดมากที่สุด ทั้งเรื่องคุณภาพและความสวยงามก็จัดอยู่ในอันดับต้นๆ
และเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ Logitech ให้ความสำคัญและสร้างชื่อเสียงให้กับ Logitech ก็ว่าได้
ส่วนคู่แข่งนั้นก็มีหลายยี่ห้อ แต่ที่เด่นๆ ในบ้านเราก็จะมียี่ห้อ Creative ที่พอสูสี และยังมีกล้องเว็บแคมอีกหลายรุ่น
ได้แก่ ยี่ห้อ Genius ที่มีชื่อเสียงมานานทีเดียว และยังมีอีหลายยี่ห้อที่น่าจะเป็นทางเลือก เช่น Mustek , Labtec ,
Philips , D-Link และ Zoom ซึ่งในบ้านเราก็มีขายแทบทุกยี่ห้อครับ
การเลือกซื้อกล้องเว็บแคม
ขั้นตอนแรกเราต้องรู้ว่าจะนำกล้องเว็บแคม มาใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ประเภทใด
ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กก็ต้องเป็นกล้องเว็บแคมขนาดเล็กกะทัดรัด และสามารถติดตั้งบนจอแอลซีดีของโน้ตบุ๊กได้
แต่ถ้าใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปก็ แนะนำรุ่นที่มีขาตั้งที่มั่นคงสามารถวางบนจอมอนิเตอร์
เมื่อเลือกรูปแบบของกล้องได้แล้ว ก็มาเลือกตามคุณสมบัติภายในของกล้องเว็บแคมโดยเลือกจากชนิดของ
เซ็นเซอร์ที่ใช้กับภาพ โดยจะมีให้เลือกเป็น CMOS ในแบบ CIF และ VGA ซึ่งแนะนำว่าเป็นแบบ VGA จะ
ให้ความละเอียดที่สูงกว่า หรือถ้าต้องการความละเอียดที่มากกว่านี้ ก็เลือกเซ็นเซอร์แบบ CCD จะดีกว่า
แต่ทั้งนี้ราคาก็จะเพิ่มสูงขึ้น ตามชนิดของเซ็นเซอร์ และความละเอียดของตัวกล้องเว็บแคม
คำแนะนำเล็กๆน้อยๆ ในการเลือกซื้อกล้องเว็บแคมก็คือควร จะเลือกกล้องที่มี หน้ากากปกติดตัวเลนส์ไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
เพราะมีผลต่ออายุการใช้งานของตัวเลนส์ ดังนั้น ถ้าจะให้ดีก็ต้องมีหน้ากากปิดเลนส์เป็นดีที่สุดครับ
และเพียงเท่านี้เราก็จะได้กล้องเว็บแคมที่เหมาะสมกับการใช้งาน และก็อยู่กับเราไปได้นานๆ
ประโยชน์
ทำให้สามารถสื่อสารโดยเห้นหน้าตาได้ ช่วยให้คนที่อยู่ห่างไกลกันสามารถต่อพูดคุยเหมือนอยู่ด้วยกัน
ที่มา


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น